วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

ย้อนรอยประวัติวัดศรีชุม ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ จังหวัดสุโขทัย

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันอีกครั้งนะคะ วันนี้ Ambivert จะพาเพื่อนกลับเข้ามาสัมผัสกับวัดโบราณทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยกันบางนะคะ หลังจากที่ผ่านมาเราได้เผยแพร่เรื่องราวที่เกี่ยวกับปราสาทในสาะธารณะรัฐกัมพูชามา 2 บล็อกแล้ว วันนี้เราเลยอยากพาเพื่อนๆ ทุกคนมารู้จักกับวัดโบราณที่มีความน่าหลงไหลไปไม่น้อยกว่าที่ใดเลย นั่นก็คือ...วัดศรีชุม ในจังหวัดสุโขทัย นั่นเองค่ะ

ที่มา : https://www.museumthailand.com/th/

แหม เมื่อกล่าวถึง จังหวัดสุโขทัยแล้ว เพื่อนๆก็จพอะนึกภาพออกใช่มั้ยคะ ว่าจังหวัดนี้เป็นจังหวัดเล็กๆ เงียบสงบ แถมยังเคยเป็นราชธานีเก่าของประเทศไทย กล่าวมาซะขนาดนี้แล้ว เพื่อนๆคงอดใจรอไม่ไหวที่จะทราบเรื่องราวเกี่ยวกับวัดศรีชุดแล้วใช่มั้ยคะ งั้นเรามาเริ่มทำความรู้จักเกี่ยวกับวัดศรีชุดกันเลยค่ะ

วัดศรีชุม หรือ วัดฤๅษีชุด เป็นโบราณสถานที่อยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ตัววัดเป็นโบราณสถานตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ นอกกำแพงเมืองวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า "พระอจนะ" องค์พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในมณฑป

ที่มา : https://www.museumthailand.com/th/2075/storytelling

พระพุทธอจนะ ถือเป็นลักษณะเด่นของวัดศรีชุมแห่งนี้เลยล่ะค่ะ เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์  เพื่อนๆทราบไหมคะว่า อจนะ เป็นคำภาษาบาลี ที่มีความหมายว่า ผู้ไม่หวั่นไหว หรือ ผู้ที่ควรเคารพแก่การกราบไหว้

แค่ความหมายของพระพุทธรูปก็ชวนให้หลงไหลแล้วใช่ไหมคะ พระอจนะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ วัสดุปูนปั้น แกนในก่ออิฐและศิลาแลง องค์พระพุทธรูปมีขนาดใหญ่เต็มวิหาร และเป็นศิลปะแบบสุโขทัยค่ะ ความงามแปลกตาและน่าหลงไหลนี้เองที่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและสักการะอย่างไม่ขาดสายกันเลยค่ะ

ภาพด้านบน
ที่มา : https://pantip.com/topic/31717250

วัดศรีชุมมีความสำศัญทางประวัติศาสตร์ที่ถูกพบคือ ในช่องผนังของมณฑปได้ค้นพบศิลาจารึกหลักที่ ๒ เรียกว่า จารึกวัดศรีชุม ที่เล่าเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัยของคนไทยกลุ่มหนึ่ง และที่เพดานของช่องผนัง มีภาพจิตรกรรมลายเส้นเป็นภาพเล่าเรื่องพระพุทธเจ้าในชาติต่าง ๆ ที่เรียกว่า ชาดก บางภาพมีลักษณะทางศิลปกรรมคล้ายกับศิลปะลังกา โดยมีอักษรสมัยสุโขทัยกำกับบอกเรื่องชาดกไว้ที่ภาพแต่ละภาพด้วย น่าทึ่งที่สุดเลยใช่ไหมคะ ที่ยังคงมีร่อยรอยที่บ่งบอกถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตให้เราได้ทราบกัน

ที่มา : https://www.museumthailand.com/th/2075/storytelling

อ้ะๆ ยังไม่หมดเรื่องราวที่น่าทึ่งนะคะ ยังเรื่องที่ทำให้เพื่อนๆ ทึ่งและอึ้งกว่านี้คือ ตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่า ณ วัดศรีชุมแห่งนี้ มีพระพุทธรูปที่พูดได้อีกด้วย สงสัยใช่ไหมคะว่า พระพุทธรูปนั้นจะสามารถเปล่งวาจาออกมาได้อย่างไร เดี๋ยววันนี้ Ambivert จะมาเล่าความลับที่ไม่ลับ ให้เพื่อนๆได้รู้กันค่ะ

พระพุทธรูปที่ประดิษฐานภายในวัด นั่นก็คือ"พระพุทธอจนะ" ค่ะ เป็นพระพุทธรูปที่ตามตำนานเล่าว่าสามารถพูดได้ จากตำนานที่เล่าว่าเมื่อ ครั้งหนึ่งเมื่อครั้งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงยกกองทัพไปปราบกบฏที่เมืองสวรรคโลก และได้เรียกชุมนุมเหล่าแม่ทัพนายกองและทหารมาที่วัดศรีชุมก่อน เพราะการทำศึกสงครามในครั้งนี้เหล่าทหารทั้งหลายไม่ค่อยมีกำลังใจในการสู้รบ เพราะเป็นการที่คนไทยต้องฆ่าฟันกันเอง ด้วยปฏิภาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวรที่ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจในการรบให้แก่เหล่าทหารของพระองค์ จึงได้จัดให้มีพิธีเสี่ยงทายกับพระพุทธรูป โดยพระองค์ได้เสี่ยงทายว่า หากการรบครั้งนี้จะมีชัยชนะกลับมา ก็ขอให้พระพุทธอจนะได้กล่าวตอบกลับมา แต่ถ้าหากการรบในครั้งนี้ไม่ชนะก็ไม่ต้องตอบสิ่งใดกลับมา ซึ่งผลของการเสี่ยงทายก็คือ พระพุทธอจนะก็ได้กล่าวตอบกลับมา เหล่าทหารทั้งหลายที่ได้รับฟังล้วนคิดว่าพระสุรเสียรขององค์พระพุทธรูป เป็นปาฏิหารย์ขององค์พระพุทธอจนะของวัดศรีชุมแห่งนี้ ส่งผลให้กองทัพของสมเด็จพระนเรศวรมีขวัญกำลังใจในการทำศึกสงครามเพื่อบ้านเมืองเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก ต้องชื่นชมในความมีปฏิภาณไหวพริบขององค์สมเด็จพระนเรศวรเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะเนี่ย

ภาพ พระอจนะก่อนการบูรณะ(ซ้าย) หลังบูรณะแล้ว (ขวา)ที่มา : https://sites.google.com/site/62sukhothaihistoricalpark2557/phra-xac-na

เพื่อนๆมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับตำนานเรื่องนี้คะ เราอยากจะแอบๆบอกความลับว่า ในความเป็นจริง เสียงที่เหล่าทหารเข้าใจว่าเป็นเสียงของพระพทุธรูปนั้น เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดขององค์พระนเรศวรนั่งเองค่ะ ที่ได้มีรับสั่งให้คนปีนขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในช่องอุโมงค์เล็กๆ ด้านหลังพระเศียรของพระพุทธอจนะและให้ส่งเสียงตอบองค์พระนเรศวร เพื่อเป็นการปลุกขวัญทหารกำลังใจเหล่าทหารให้ฮึกเหิมมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งจำอย่างยิ่งในการทำศึกสงคราม โดยการส่งคนขึ้นไปพูดในช่องอุโมงค์ด้านหลังขององค์พระพุทธรูปนั้น ก็จะทำให้เกิดเสียงพูดก้องกังวาลราวกับพระพุทธรูปพูดได้จริง นี่จึงเป็นที่มาของเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมาของพระพุทธรูปอจนะ ณ วัดศรีชุมแห่งอาณาจักรสุโขทัยแห่งนี้นั่นเองค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เราหวังว่าเพื่อนๆคงได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวัดศรีชุมแห่งนี้ไปไม่มากก็น้อยนะคะ  นอกจากวัดศรีชุมแห่งนี้แล้วก็ยังมีวัดต่างอีกมากมาย ที่อยู่ในบริเวณรอบๆนี้ หรือในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย หากเพื่อนมีโอกาสได้เดินทางไปที่จังหวัดสุโขทัย ก็อย่าลืมแวะเข้าไปชมสถานที่แห่งนี้กันนะคะ หากเพื่อนๆได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศของกรุงเก่าแห่งนี้ล่ะก็ เราเชื่อว่าทุกคนต้องตกหลุมรักในสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน วันนี้เรา Ambivert ต้องขอตัวลาไปก่อนนะคะ (จะรีบไปเตรียมตัวเก็บกระเป๋าเพื่อกลับไปสัมผัสกับบรรยากาศของกรุงเก่าแห่งนี้) สำหรับวันนี้ ขอบคุณมากๆนะคะ


ที่มา :

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา.(ม.ป.ป.). วัดศรีชุม (อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและภายนอกกำแพง
               เมือง). ค้นเมื่อ 17 กันยายน 2562, จาก https://www.museumthailand.com/th/2075/
               storytelling/

ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. วัดศรีชุม. (ม.ป.ป.).
               ค้นเมื่อ 17 กันยายน 2562, จาก http://www.qrcode.finearts.go.th/index.php/th/historicalpark
               /sukhothai/

Museumthailand. พระพุทธรูปพูดได้. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 17 กันยายน 2562,
               จาก https://www.museumthailand.com/th/2075/storytelling/ 







วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ปราสาทพระขรรค์เมืองนครธม ปราสาทเคียงคู่...

        สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรา Ambivert นะคะ หลังการเขียนบล็อกที่ผ่านมา เราได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทตาพรหม และวันนี้เราจะมาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทที่เป็นปราสาทเคียงคู่มากับปราสาทตาพรหม นั่นก็คือ "ปราสาทพระขรรค์เมืองนครธม" เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ
   
ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%
        ปราสาทพระขรรค์ถูกสร้างเคียงคู่กับปราสาทตาพรหม เมื่อปี พ.ศ.1734 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างขึ้นมาเพื่อถวายอุทิศให้กับพระราชบิดา ปราสาทพระขรรค์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาหลังปราสาทตาพรหมเพียง 5 ปี

ที่มา : www.painaidii.com

        ปราสาทพระขรรค์ มีชื่อทางราชการว่า ปราสาทชัยศรี หมายถึง โชคลาภแห่งชัยชนะ พระองค์ทรงสร้างปราสาทนี้ขึ้นมาในพื้นที่ที่พระองค์เคยรบชนะข้าศึกด้วยพระขรรค์ชัยศรี เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ บริเวณที่สร้างปราสาทพระขรรค์ ถูกขนาดนามว่าเป็นทะเลแห่งเลือด เพราะในบริเวณนี้เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างพวกขอมที่อยู่ในเมืองพระนครและพวกจาม ศึกสงคราครั้งนั้นทำให้ขอมชนะจาม

        ต่อมาคนทั่วไปมักจะเรียกชื่อของปราสาทตามนามเดิมว่า ปราสาทพระขรรค์ เนื่องจากเป็นสถานที่เก็บ พระขรรค์ชัยศรี ซึ่งเป็นพระแสงดาบที่พระองค์ทรงใช้สู้ศึกนั่นเองค่ะ

         ระหว่างทางเข้าปราสาททั้งด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของปราสาทพระขรรค์ ทั้งสองฟากฝั่งจะมีเสานางเรียงตั้งเป็นแถวยาว ระยะทางประมาณ 300 เมตร เป็นเสาร์นางเรียงที่มีรอบสลักลวดลายที่ยังคงสมบรูณ์อยู่มากเลยทีเดียวค่ะ

ที่มา : http://nrkmedia.blogspot.com/2010/06/blog-post_7899.html

        เป็นยังไงบ้างคะทุกคน พอจะได้ความรู้หลังจากการอ่านบล็อกนี้ไปบ้างใช่มั้ยคะ วันนี้ Ambivert ขอจบการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับปราสาทพระขรรค์เพียงเท่านี้ แล้วจะมาเขียนเรื่องราวใหม่ๆ ในบล็อกหน้านะคะ สำหรับตอนนี้เราต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันอีกครั้งในบล็อกต่อไปนะคะ

แหล่งอ้างอิง
       
ปราสาทตาพรหม. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2562,
        จาก http://www.oceansmile.com/KHM/Taphom.htm
ปราสาทพระขรรค์.(ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2562,
        จาก http://www.oceansmile.com/KHM/Nakpan.htm
ปราสาทพระขรรค์ ประเทศกัมพูชา. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2562,
        จาก http://nrkmedia.blogspot.com/2010/06/blog-post_7899.html
ชะเอม. จารึกพระเจ้าชัยวรมันที่ 7. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2562,
        จาก http://www.finearts.go.th/promotion/files/266/Jayavarman7.pdf

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ธรรมชาติกับถาวรวัตถุที่มนุษย์ขึ้น ปราสาทตาพรหม

     
        สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ Ambivert จะพาเพื่อนทุกคนมารู้จักกับปราสาทขอมโบราณในราชอาณาจักรกัมพูชา ที่มีชื่อว่า ปราสาทตาพรหม ปราสาทที่มีความเก่าแก่กว่า 833 ปีที่ยังคงความสวยงามไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว


ภาพโดย Ambivert
    
        ปราสาทตาพรหมเป็นวัดในพุทธศาสนาและยังเป็นวิหารหลวงในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1729 จุดประสงค์ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างปราสาทนี้ขึ้นมาคือ ตั้งใจจะอุทิศให้แก่พระราชมารดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นก็คือ พระนางชัยราชจุฑามณี ผู้ที่เปรียบดั่ง พระนางปรัชญาปรมิตา 

ภาพโดย Ambivert

ภาพโดย Ambivert
                                             
        ปราสาทแห่งนี้ถูกรักษาไว้เพื่อให้เห็นสภาพที่แท้จริงว่าปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างมาอยู่คู่กับธรรมชาติได้มาอย่างยาวนาน ซึ่งสังเกตได้จากในปัจจุบันปราสาทนี้ก็ยังถูกล้อมรอบไปด้วยป่า และมีต้นสะปงขนาดใหญ่ที่ปกคลุมตัวปราสาทด้วยรากไม้ขนาดมหึมา ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าปราสาทนี้อยู่คู่กับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เราประทับใจในตัวปราสาทแห่งนี้เป็นอย่างมากเลยค่ะ  รากของต้นไม้ที่เกาะกุม และ ชอนไชตัวปราสาทไปเรื่อยๆ รวมทั้งส่วนต่างๆของตัวปราสาท ทำให้บรรยากาศภายในบริเวณนี้ดูลึกลับ สวยแปลกตาไปจากจากปราสาทอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน


https://www.tripadvisor.co.za/LocationPhotoDirectLink-g297390-d10306488-i194573999-Go_o_d_Adventures-Siem_Reap_Siem_Reap_Province.html


        เพื่อนคงจะทราบกันมาบ้างแล้วว่า ปราสาทแห่งนี้ยังเคยถูกใช้เป็นฉายของภาพยนต์เรื่อง Tumb Rider ด้วยนะคะ โดยมีนักแสดงนำขอเรื่องนี้คือ Angelina Jolie เมื่อภาพยนต์เรื่องนี้ได้นำออกมาฉาย ก็ทำให้ปราสาทตาพรหมแห่งนี้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นที่นิยม
มากขึ้นในหมู่ของนักท่องเที่ยว



ภาพโดย Ambivert

ภาพโดย Ambivert
        ปราสาทตาพรหมยังคงสภาพเดิมควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับธรรมชาตินั้นเป็นไปอย่างลงตัว สิ่งนี้จึงกลายเป็นเสน่ห์และจุดเด่นของตัวปราสาทที่ใครๆก็อยากมาเห็น และสัมผัสความงามของปราสาทตาพรหม หากเพื่อนๆคนไหนอ่านแล้วรู้สึกว่าอย่างเห็นของจริงว่าจะเป็นยังไง ก็เก็บกระเป๋าแปกเป้ ลุยเดียวเที่ยวกัมพูชาได้เลยนะคะ 



แหล่งอ้งอิง

ปิ่น บุตรี. (2548). ต้นสะปงยักษ์จอมขโมยซีนแห่ง"ปราสาทตาพรหม". ค้นเมื่อ 5 สิ่งหาคม 2562,
ปราสาทตาพรหม. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2562, จาก https://mgronline.com/travel/detail/948
       PGyTjPlJQFg4vc 
Jinny Tent. (2556). ปราสาทตาพรหม มนตราศิลาทราย (2) @นครวัด นครธม : กัมพูชา. ค้นเมื่อ 5
      สิงหาคม 2562, จาก https://pantip.com/topic/30448730
.

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

About me

ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อก ท่องโลก...ประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บล็อกที่จะรวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 


        สวัสดีค่ะทุกคน เราเป็นนักศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เราขอแทนตัวเองว่า Ambivert นะคะ

จุดประสงค์


        บล็อกนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และโบราณคดี ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้มาจากการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนของตัวเราเองเองมาเผยแพร่


ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา
(ภาพโดย ประกายทิพย์)


ปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา
(ภาพโดย ประกายทิพย์)



        นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการนำเสนอเบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ศิลปะ และโบราณคดี ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น และเราจะกลับมาใหม่อีกครั้งในบล็อกหน้า แล้วพบกันนะคะ